Archive for June, 2010

เวบส่ง SMS (เกือบ)ฟรี

กำลังจะนำเอา SMS ที่มีอยู่ฟรี 850,000 ข้อความมาทำให้ส่ง SMS ฟรีครับ ที่  YOD.NET โดยคุณต้อง Activate เบอร์โทรก่อนส่ง ที่ราคา 9 บาทต่อ 10 ข้อความแรก หลังจากนั้นจะฟรีทุกๆ 1 วัน วันละ 1 ข้อความ และหากต้องการเติมเครดิต คิดที่ 9 บาท / 10 ข้อความครับ


Google Adsense ธุรกิจออนไลน์ รวยด้วยคลิกจาก Pay per click

ครับ ธุรกิจนี้เป็นเพียงแค่รายได้ 20% ของผมต่อเดือน นั่นคือ Google Adsense ครับ  หากคุณมีเวบไซต์และมีคนเข้าเวบไซต์ คุณเพียงแค่สมัครเป็นสมาชิกกับ Google Adsense และนำเอา Code มาแปะที่หน้าเวบของคุณ คุณก็จะได้รายได้จากการคลิกป้ายโฆษณา หรือ Pay per click นั่นเองครับ

ธุรกิจนี้ความเสี่ยง 100% ครับ คือต้องทำเวบ ควบคุม eCPM ดีๆ และอย่า Force keyword ครับ และกระจายรายได้ไปหลายๆป้าย จะช่วยลดความเสี่ยงในการโดนแบน ได้มากครับ


ลงทุนซื้อทอง ธุรกิจที่อาจจะไม่เสี่ยงในช่วงนี้ (เท่านั้น)

ราคาทอง,ทองคำแท่ง,ทองคำแท่ง 5 บาท,ทองคำแท่งฮั่วเซ่งเฮ็ง

วันนี้ได้ทำการลงทุนอย่างหนึ่งครับ คือการซื้อทอง หลังจากที่ผมมองตลาดทองในช่วงที่ผ่านมา บอกตามตรงว่ามันช่างดึงดูดใจให้ต้องถอนเงินเก็บออกมาเล่นทองเสียจริงๆ เพราะปกติผมจะเก็บเงินเดือนละเยอะๆอยู่แล้วถ้าไม่มีเหตุให้ต้องนำเอาไปใช้ แต่เนื่องจากความเสี่ยงในการลงทุนในไทย ทำให้เราไม่อยากลงทุนธุรกิจใดๆทั้งสิ้นที่เป็น Offline base เลย เพราะแค่คิดจะขายข้าวมันไก่ แค่ซื้อเคาเตอร์ เช่าตึก และจ้างคนทำ เชื่อไหมครับ ลงทุน 7 แสนครับ !!! เพราะธุรกิจพวกนี้ต้องเปิดใหญ่ๆ ดูดีครับ ร้านเล็กๆอร่อยก็จริง แต่คนจะไม่ค่อยศรัทธาและมากินบ่อยๆครับ เอาล่ะ มาพูดถึงทองกัน ทองคำเป็นทรัพย์ที่ไม่มีวันราคาลงแน่นอน มันมีแต่ขึ้นเรื่อยๆ ผมยังจำได้ว่าปีที่แล้ว มันยัง 15,000 อยู่เลย เผลอมาปีนี้ ขึ้นแรงมากครับ เอาแค่สี่เดือนที่ผ่านมา ราคาแค่ 17,000 ครับ ปัจจุบัน 19,400 ครับ !!!  วันนี้ผมจึงทนไม่ไหว เบิกเงินไปสอยมา 20 บาท เนื่องจากเก็งเอาไว้แล้วว่าไม่น่าเกินสิ้นปีนี้ น่าจะแตะ 21,000 – 23,000 ได้ครับ แต่แน่ๆครับ ลงทุนตอนนี้ได้เลย มีเท่าไรซื้อมาเก็บได้เลย แต่การลงทุนกับทอง มันต่างกับธนาคารตรงที่มันไม่มีดอกเบี้ยให้นะครับ ซื้อมาแล้วต้องหาที่เก็บดีๆ เสี่ยง และต้องใช้ระยะเวลาครับ แต่แน่นอน ราคาไม่มีตกครับ 5555 ขอให้สนุกกับการลงทุนครับ


เทคนิคหาเงินแสนต่อเดือน และอาจไปถึงหลักล้านต่อเดือน

     ครับวันนี้เราจะมาพูดถึงเทคนิคหาเงินแสนต่อเดือน ที่ไม่ใช่งาน MLM , ธุรกิจขายตรง หรือธุรกิจเพ้อฝัน  เรากำลังพูดถึงการตลาดครับ ล้วนๆครับ เรื่องของการหาเงินแสนนั้น บางคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องยาก แต่จริงๆแล้ว หากเรามีความรู้มากมายตรงสาขา เราสามารถมีเงินเดือนหลักแสนได้ครับ เช่น งานวิศวะ งานสถาปนิก ออกแบบ Interior พวกนี้รายได้เหยียบสองสามแสนต่อเดือนได้ แต่….ถ้าคุณไม่ได้เดินทางสายนั้นตอนเรียน แล้วจะมีเงินแสนได้ไงครับ  มาดูกันครับ

     ในโลกนี้มีคนมากมายครับ ต่างชาติ ต่างภาษา แต่ทุกคนต้องทำไรครับ ? กิน นอน ขี้ และ ปี้ครับ นั่นคือมนุษย์ครับ และแน่นอนมนุษย์เป็นสัตว์สังคมครับ แปลว่า ต้องมีการปฎิสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ถ้าไม่ทำ ไม่เรียกว่ามนุษย์ครับ หรือง่ายๆ ควรตายไปจากโลกนี้ครับ …. เมื่อมนุษย์ปฎิสัมพันธ์กัน เราเรียกกระบวนการนี้ว่า การสื่อสารครับ เมื่อมีการสื่อสาร ก็จะเกิดการแลกเปลี่ยนความคิด เงินตรา และสิ่งของกันครับ …

     ใช่ครับ ตรงประเด็นเลย ผมกำลังพูดถึงงาน “ขาย” ครับ  หลายคนคงร้องยี้ แม่งเข้าเรื่องขายของอีกแล้ว เคยได้ยิน Amway ไหมครับ หรือ Aimstar หรือธุรกิจขายตรงต่างๆ พวกนี้เพ้อฝันไหม ใช่ครับ เอาฝันมาขาย แต่ถ้าได้ลองทำจริงๆ จะรู้ว่า ไม่ว่าธุรกิจใดๆก็ตาม คุณต้องขายครับ ถ้าคุณคิดว่าทำธุรกิจอะไรแล้วไม่ต้องขายสินค้า คุณคิดผิดครับ  นั่นเลยผมก็จะขอพูดตรงประเด็น เมื่อคุณเข้าใจว่าไม่ว่าทำธุรกิจอะไร คุณต้องขาย ฉะนั้นสิ่งที่เราต้องเรียนรู้ก่อนคือ Consumer theory basic หรือ ทฤษฎีผู้บริโภคขั้นพื้นฐาน  เราต้องรู้ว่า มนุษย์ต้องกินครับ ต้องขี้ ต้องปี้ และต้องนอนครับ  ฉะนั้นคุณเคยเชื่อไหมว่า คนขายข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู ตลอดจนข้าวผัดปู เค้าขับรถเบนซ์ได้ครับ !! เพราะอาหารของเค้า เข้าถึงผู้บริโภค  แต่ลองมองไปร้านบะหมี่ ร้านก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ หรือพวกขายทาโกยากิข้างถนน ทำไมเค้าไม่รวยครับ ? คำตอบคือ เค้าไม่เข้าใจ Consumer theory basic นี่ไงครับ ของง่ายๆ ขายง่ายๆ กินง่ายๆ ทำให้เข้าถึงผู้บริโภค ได้ง่ายๆนั่นเอง 

     เมื่อคุณเข้าใจทฤษฏีแล้ว ต่อไปผมจะบอกว่า หลักที่จะทำให้เรารวยได้ คุณต้องคิดถึงฝั่งของผู้ซื้อ ไม่ใช่ฝั่งของผู้ขาย แปลว่าถ้าคิดจะทำอะไรสักอย่างขึ้นมาขาย คุณต้องศึกษาตลาดก่อนว่าผู้บริโภคในสภาวะแวดล้อมรอบตัวคุณ เค้าต้องการอะไรครับ ไม่ใช่ฉันถนัดจะทำแต่อันนี้ ฉันก็จะทำ ขายได้ไม่ได้ไม่รู้ แต่ฉันชอบ แบบนี้ฟันธงว่าเจ๊งครับ

    ลากมายาวแต่จะพาเข้าเรื่องครับ เมื่อคุณตัดสินใจแล้วว่าจะดำเนินธุรกิจอะไรดี ผมจะเริ่มแนะนำละครับ ใช่ครับคุณอาจคิดว่าผมจะแนะนำให้คุณสมัครขายตรงใช่ไหม คิดผิดครับ  สิ่งที่ผมจะพูดถึงนั้น เรียกว่า Consumer network ครับ โดยหลักพวกนี้จริงๆมีอยู่ในธุรกิจขายตรงทั่วๆไป เช่นสิ่งที่อยู่รอบตัวคุณก่อนนะครับ มันคือ 7-11 ครับ ธุรกิจนี้เริ่มโดย CP ครับ โดยการออกสิทธิบัตรให้กับผู้ที่ต้องการลงทุนธุรกิจ แล้ว CP ก็จะทำการศึกษาตลาดให้ว่า ควรขายของอะไร คุณมีหน้าที่หาทำเล และสั่งสินค้าจาก CP มาลง แล้วก็ขาย แล้วคุณก็รวยครับ แต่ถ้าวันใดคุณบ้านไฟไหม้ เจ๊ง เสียพนันบอล ถามว่า CP เจ๊งไหม คำตอบคือไม่ครับ แล้ว CP โตทุกวันไหม คำตอบคือใช่ครับ แล้ว CP คุมอะไรอยู่ในมือครับ คำตอบคือ Consumer network ไงครับ หรือ เครือข่ายผู้บริโภค นั่นเอง 

    แต่คุณอยากรวย คุณต้องมีเงินสามสี่ล้านเหมือนคนที่จะทำ 7-11 ไหม หรือจะต้องไปเริ่มทำ Amway , Aimstar ไหม คำตอบคือ ไม่ครับ มันมีอีกธุรกิจหนึ่งที่ผมจะเริ่มพูดต่อจากนี้ครับ เรียกว่า SEM (Searh Engine Marketing) หรือธุรกิจที่พึ่งพาการค้นหาคำจาก Google , Yahoo , MSN นั่นเอง คุณอาจงง แล้วมันจะรวยได้ไง งั้นผมลองถามว่า สมมติคุณอยากจะติดหรูกินกาแฟจากบราซิลเสียหน่อย คุณจะไปซื้อที่ใหนครับ โลตัส คาร์ฟู หรือว่าร้านอาโกข้างบ้านครับ แน่นอนครับ ขนาด 7-11 มันยังไม่มีขายให้คุณเลย แต่เชื่อไหมว่า ของแบบนี้ มีให้ค้นบนเน็ต และขายผ่านเน็ต !!! 

    ครับ ธุรกิจที่ผมพูดถึงนี้คือธุรกิจที่ไม่มีหน้าร้าน และคุณไม่ต้องสต๊อคสินค้าใดๆ และไม่ต้องเป็นเจ้าของกิจการ ไม่ต้องส่งของ และไม่ต้องกังวลว่าของจะหมดอายุหรือขายไม่ทัน เพราะ… คุณเป็นแค่ ตัวแทนการค้า … ชัดไหมครับ มันเหมือนอะไร เหมือนขายตรงไหม เหมือน Amway ไหม ใช่ครับ แต่เพียงแต่คุณไม่ต้องมี upline / downline ไม่ต้องพัวพันธุรกิจลูกโซ่ เป็นเจ้านายตัวเองได้ และที่สำคัญ ลงทุนน้อยมากกกกกกกก สิ่งที่คุณต้องเตรียมมาคือ ความเข้าใจ มันสมอง และศึกษาอย่างยิ่งกับคำว่า Consumer theory basic และ สร้าง Consumer network ครับ

    เวบที่ผมจะแนะนำสำหรับการเริ่มต้นทำธุรกิจนี้ก็คือ Amazon.com , CJ.com , Shopping.com ….. มีเยอะครับ แต่เราจะพูดถึงโดยรวมๆครับ เวบเหล่านี้จะเป็นศูนย์กลางในการที่ ผู้ผลิต จะมาลงสินค้าเพื่อขายสินค้าให้กับผู้บริโภค ทั่วโลกครับ แต่สิ่งที่จะเป็นงานของเราคือ เป็นตัวกลางครับ เลือกสินค้าที่เราคิดว่าเรามี Consumer network ของเรา และขายให้ตรงกับเค้า เช่น ขายถุุงไม้กอล์ฟ เครื่องตัดหญ้า น้ำยาฟอกหนัง ซอสหมักสูตรญี่ปุ่น หรือกริ๊ปกล้องพร้อมแบต  …. สินค้าเหล่านี้มีเป็นล้านๆชิ้นครับ ! คุณต้องเลือกและเอามาขาย เพื่อเอาส่วนแบ่งการขาย และเราจะเรียกธูรกิจนี้ว่า “Affiliate” ครับ

    หากต้องการเริ่มต้นธุรกิจนี้ ผมจะยังไม่บอกวันนี้ครับ เพียงแต่จะบอกว่า คุณต้องไปศึกษาก่อนเพิ่มเติมคือ การทำเวบ การใช้อีเมล์ การทำ SEO , SEM ศึกษาเรื่องพฤติกรรมผู้บริโภค รู้เรื่อง Viral marketing และที่สำคัญที่สุด ฝึกภาษาอังกฤษครับ เพราะเราจะขายคนเมืองนอก จะไปใช้ภาษาไทย มิได้โดยเด็ดขาด

    ครับ….. จุดประกายให้แล้วครับ โอกาสหน้าเรามาต่อกันว่า เริ่มต้นกันอย่างไร…..  แต่อย่าลืมนะครับ ผมจะสอนให้คุณเป็น CP ไม่ใช่เจ้าของร้าน 7-11 ฉะนั้น คุณไม่ต้องซื้อสินค้าอะไรเลย และไม่ต้องสตอคสินค้า และที่สำคัญ ไม่ต้องการ upline / downline ครับ ทำเองกับบ้านก็ได้ ทำเมื่อไรก็ได้ มันคือธุรกิจอิสระที่จะทำให้คุณปลดชีวิตออกจาก มนุษย์เงินเดือน


เรื่องคนจนในชนบทเมืองไทยที่ถูกกดขี่ มันอาจไม่เป็นอย่างที่คุณคิด

ต่อไปนี้เป็นสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับคนจนในชนบทของประเทศไทย พวกเขาร่ำรวยที่สุดในบรรดาคนยากจนในชนบทแห่งประเทศโลกที่สามทั้งหลาย และเขาไม่ได้เป็นหนี้บุญคุณทักษิณในฐานะความเป็นอยู่ใดๆทั้งสิ้น

ทักษิณเป็นนักโทษหนีคดี เป็นอดีตนายกรัฐมนตรีและมหาเศรษฐีพันล้านที่ทางการไทยกำลังต้องการตัวในคดีคอร์รัปชั่นและหนีภาษีรวมกันแล้วมูลค่ามหาศาล สิ่งที่เขาทำได้ดีเป็นพิเศษคือสามารถทำให้โลกเชื่อว่าเขาเป็นขวัญใจคนยากจนแห่งชนบทเมืองไทย และสามารถทำให้เชื่อไปอีกว่า ความกินดีอยู่ดีของคนชนบทเหล่านี้เป็นเพราะตัวเขา แต่ในความเป็นจริงโครงการช่วยเหลือชนบทที่อ้างว่าเป็นของเขานั้นได้มีมาก่อนยุคทักษิณนับเป็นสิบๆปีมาแล้ว เขาเพียงแต่ใช้เครื่องมือประชาสัมพันธ์ต่างๆที่เขาได้ทุ่มเงินให้เป็นจำนวนมากเปลี่ยนชื่อโครงการเหล่าให้หวือหวาขึ้นเท่านั้น

ชาวไร่ชาวนาในยุโรปและอเมริกามักมีฐานะดี แต่การเปรียบเทียบกับฐานะของชาวไร่ชาวนาไทยนั้นเป็นเรื่องไร้ความหมาย ลองนึกเปรียบเทียบช่างไม้ในชนบทอีสานกับช่างไม้แห่งเมืองเล็กๆในมลรัฐไอโอวาดู ช่างไม้ไทยจะดูอนาถา ที่อยู่อาศัยของเขาในสายตาอเมริกันนั้นจะดูไม่มีอะไรเลย และจะดูเหมือนเขาไม่ค่อยมีความหวังอะไรในชีวิต ทว่าในความเป็นจริงคนไทยมักอาศัยในที่ของพ่อแม่พี่น้องเขาโดยไม่ต้องจ่ายค่าเช่า ในอากาศเย็นสบายในชนบทไทยเขาไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายไปเพื่อต่อสู้กับความหนาวเหน็บเช่นในไอโอวา พวกเขาปลูกผักเลี้ยงไก่ไข่เลี้ยงหมูไว้บริโภคในครัวเรือนโดยไม่ต้องซื้อกิน เขามีมอเตอร์ไซค์เพื่อขี่ไปทำงาน เขามีทีวีดู ชีวิตความเป็นอยู่แบบอเมริกันที่เขาเห็นในทีวีก็แตกต่างกับการดำเนินชีวิตแบบไทยๆที่เขาคุ้นเคยเสียจนไม่มีความรู้สึกอิจฉาชาวอเมริกันเลยสักนิด

ทุกๆหมู่บ้านในไทยมีไฟฟ้าใช้มานานมากก่อนยุคทักษิน ชาวบ้านมีตู้เย็นหม้อหุงข้าวไฟฟ้าทีวีวิทยุและพัดลมไฟฟ้าใช้มาเป็นเวลานานแล้ว เกือบทุกบ้านในชนบทมีมอเตอร์ไซค์แม้มันจะโทรมหรือเก่าแค่ไหนก็ตาม ในทุกๆหมู่บ้านจะมีหลายครอบครัวที่มีรถปิคอัพใช้ ชาวนาเลิกใช้วัวควายไปแล้วเหลืออยู่ก็แต่ในท้องที่ไกลมากๆ ถ้าชาวไร่ชาวนาใดไม่มีรถอีแต๋นไว้ใช้ทำไร่ทำนาพวกเขาก็สามารถเช่าหรือยืมได้จากเพื่อนบ้าน

ชาวไร่ชาวนาไทยที่ไร้ที่ทำกินนั้นมีอยู่ แต่ก็มีเป็นจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับในฟิลิปปินส์ อินเดียและประเทศส่วนใหญ่ในอเมริกาใต้ ในไทยเราแทบไม่เคยเห็นเศรษฐีเจ้าของที่นาที่ไม่ได้เป็นชาวนาเอง ชาวนาไทยส่วนใหญ่จะเป็นเจ้าของที่นาผืนเล็กๆที่ปลอดจำนอง ที่ปลอดจำนองนั้นเป็นเพราะกฏหมายคุ้มครองล้าสมัยฉบับหนึ่งที่ไม่อนุญาติให้เอาที่ดินประเภทนี้ไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันการกู้ยืม แต่พวกเขาสามารถใช้ผลผลิตที่จะได้รับในฤดูเก็บเกี่ยวถัดไปใช้ค้ำประกันได้ พวกเขามักขายผลผลิตให้กับสหกรณ์ ลูกหลานพวกเขามักหารายได้เพิ่มเติมโดยเข้าไปทำงานในเมือง

เมืองไทยก็เหมือนที่สหรัฐอเมริกาที่มีผู้ยากไร้ด้อยโอกาสอยู่จำนวนหนึ่ง ตัวเลขเศรษฐกิจของไทยนั้นก็เหมือนที่อื่นๆที่เราต้องดูโดยใช้วิจารณญาน (* ที่มาของตัวเลขสถิติที่จะนำมาใช้ถัดจากนี้ให้ดูที่หมายเหตุท้ายบทความ) ตัวเลขเป็นทางการไทยผู้ยากจนมี10% ของประชากรทั้งหมด เทียบกับ 12%ในอเมริกา 14%ในอังกฤษและ36%ในบ้งคลาเทศ แน่นอนเส้นวัดระดับความยากจนของแต่ละประเทศไม่เหมือนกันเพราะการดำเนินชีวิตที่ต่างกัน ความยากจนในเมืองไทยจึงไม่จำเป็นต้องแปลว่าการไม่มีทีวีดู หรือไม่มีมอเตอร์ไซค์เก่าๆใช้

สถิติการว่างงานในไทยอยู่ที่ 1.4% ซึ่งจัดว่าอยู่ในกลุ่มต่ำที่สุดในโลก แต่เป็นที่รู้กันว่าตัวเลขสถิติการว่างงานมักเชื่อถือไม่ค่อยได้ แม้แต่ในประเทศที่เจริญแล้วนักเศรษฐศาสตร์ยังถกเถียงกันว่าจะรวมถึงพวกทำงานไม่เต็มเวลาหรือพวกที่ไม่ยอมหางานทำดีหรือไม่ แต่สำหรับเมืองไทยงานไร้ฝีมือค่าแรงต่ำนั้นหาง่าย ตึกอพาร์ทเม้นต์ที่ผมเช่าอยู่ในกรุงเทพนั้นมีป้ายติดประกาศรับพนักงานรักษาความปลอดภัยมาหลายสัปดาห์แล้วก็ยังติดอยู่อย่างนั้น
ในช่วงฤดูแล้งชาวไร่ชาวนาจำนวนมากเข้ามาเป็นกรรมกรก่อสร้างในเมือง ส่วนที่เหลือเลือกที่จะมีชีวิตอย่างง่ายๆถึงไม่หรูหราแต่ก็อุดมสมบูรณ์อยู่ที่บ้านในชนบท สองสามปีที่แล้วผมต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการหาช่างเพื่อมาต่อห้องน้ำเพิ่ม ชาวไร่ชาวนาหลายรายที่มีหัวการค้าได้กลายมาเป็นเจ้าของกิจการและทำได้ดีทีเดียว นโยบายของรัฐบาลทักษิณไม่ได้มีผลอะไรที่ชัดเจนกับแรงงานทั้งหลายเหล่านี้เลย

ไทยไม่มีปัญหาประชากรล้นเกิน ผู้หญิงมีบุตรกัน1.6คนโดยเฉลี่ยซึ่งต่ำกว่าอัตราการตายซึ่งหมายความว่าจำนวนประชากรจะลดลงหากไทยไม่สนับสนุนการอพยพของชนชาติอื่นให้เข้ามาอยู่อาศัย การลดของขนาดครอบครัวไทยเป็นผลมาจากการให้ความรู้เรื่องผลดีทางเศรษฐกิจที่มีต่อครอบครัวขนาดเล็กซึ่งเป็นวิธีการเดียวกับที่ใช้ได้ผลทำให้ประชากรลดลงมาแล้วในยุโรปและญี่ปุ่น ในเมืองไทยการรณรงค์เหล่านี้ได้เริ่มมาร่วมห้าสิบปีแล้ว

ปัญหาการกระจายความร่ำรวยในไทยนั้นไม่ได้เลวร้ายไปกว่าชาติอุตสาหกรรมใดๆเลย คนยากจนที่สุด10% ของประชากรไทยเป็นเจ้าของ2.6%ของทรัพย์สินทั้งหมด คนรวยที่สุด10% ของประชากรไทยเป็นเจ้าของ33.7%ของทรัพย์สินทั้งหมดที่มีในชาติ เมื่อเทียบกันสหรัฐอเมริกามี2% และ30% อังกฤษมี2.1% และ28.5% ตามลำดับทรัพย์สินของคนจนสุด10% และรวยสุด10% ถึงแม้ตัวเลขสถิติเหล่านี้จะเชื่อไม่ได้ร้อยเปอร์เซนต์ แต่ที่น่าเชื่อถือได้อย่างไม่มีข้อสงสัยเลยก็คือการกระจายรายได้ของไทยนั้นมีความเท่าเทียมกันมากกว่าในประเทศจีน อินเดีย บราซิล หรืออาฟริกาใต้ แม้แต่หมู่บ้านถิ่นธุรกันดารของไทยโดยเฉพาะในบริเวณที่ราบภาคกลางก็ยังดูมั่งคั่งกว่าหมู่บ้านในชนบทของประเทศปากีสถาน และจะกลายเป็นแดนในอุดมคติไปในทันทีเมื่อเทียบกับหมู่บ้านส่วนใหญ่ในประเทศไนจีเรีย กองทุนหมู่บ้านที่ทักษิณภูมิใจนักหนานั้นมันได้เริ่มต้นมาตั้งแต่ร่วมสี่สิบปีมาแล้ว

ถนนเมนทุกสายในเมืองไทยเป็นถนนราดยางหรือไม่ก็คอนกรีต ซึ่งดีเทียบเท่ามาตรฐาณประเทศโลกที่หนึ่ง ถนนรองส่วนใหญ่ก็ราดยางซึ่งถนนเข้าหมู่บ้านชนบทห่างไกลรวมทั้งในอีสานและเหนือแม้จะเป็นหมู่บ้านจนที่สุดก็มีถนนดีพอกัน ถนนเหล่านี้มีใช้กันแล้วในสมัยที่ทักษิณลาออกจากตำรวจและอยู่ในสภาพล้มละลาย

ในกรุงเทพนั้นมีสลัม แต่ในเมื่อทุกคนมามีงานทำในกรุงเทพพวกเขาก็มักเลือกที่จะอยู่ในสลัมเพราะอยู่ฟรีโดยไม่เสียค่าเช่าที่ดินเหล่านี้เพราะมันเป็นที่หลวง โสเภณีนั้นหาได้ไม่ยากเพราะรายได้จากการขายตัวนั้นมากกว่ารายได้จากการทำงานในโรงงานถึงห้าเท่าตัวหรือมากกว่า คนตาบอดหรือพิการสามารถขอเงินช่วยเหลือได้จากรัฐแต่ทว่าการขอทานจะมีรายได้งามกว่า เขาต่างก็เลือกทางเดินชีวิตเองและดีชั่วอยู่ย่อมอยู่ที่ตัวเขาเองทั้งนั้น

การรักษาพยาบาลผู้ป่วยอนาถาโดยโรงพยาบาลรัฐนั้นมีมานานมากก่อนที่ทักษิณจะมาเสนอโครงการ30บาทรักษาทุกโรค การรักษาผู้ป่วยอนาถาถึงมันจะไม่เป็นระดับโลกแต่มันก็ยังเป็นการรักษาพยาบาล ถ้าคนป่วยไม่มีสตางค์ค่าผ่าตัดซึ่งราคาก็ไม่ได้แพง เขาก็จะได้รับการยกหนี้ให้ ไม่มีคนป่วยรายใดที่โรงพยาบาลรัฐจะปฏิเสธไม่รับ แพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาก็ด้วยทุนของรัฐและจะต้องทำงานใช้หนี้รัฐโดยได้รับเงินเดือนไม่แพงในโรงพยาบาลชนบทไปจนกระทั่งชดใช้ค่าเล่าเรียนหมด

แทบไม่มีคนไทยคนไหนที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ เด็กผู้หญิงมีเวลาเรียนโดยเฉลี่ย14ปี และเด็กผู้ชายที่13ปี โปรดสังเกตุหญิงมีการศึกษามากกว่าชาย นักเรียนมัธยมปลายปีละร่วมสองล้านคนซึ่งคิดเป็น20%ของคนวัยเดียวกันได้เข้าเรียนในระดับอุดมศึกษาทั้งสายอาชีพและปริญญา นักเรียนที่เรียนดีก็จะได้รับทุนเล่าเรียนหลวง เรื่องราวของเด็กยากจนที่ต่อมาเป็นผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จนั้นมีมากมายเสียกลายเป็นเรื่องธรรมดาๆ การไต่เต้าทางสังคมลักษณะนี้ได้มีมาตลอดเป็นเวลาครึ่งค่อนศัตวรรษมาแล้ว

อัตราการตายในทารกแรกเกิดในไทยอยู่ที่17รายต่อ1,000 เทียบกับแองโกล่าอยู่ที่180 อัฟกานิสถานที่153 และ 6 ในสหรัฐอเมริกา สถิติช่วงเวลาการมีชีวิตของคนไทยอยู่ที่ 73.1ปีในขณะที่สหรัฐอเมริกาอยู่ที่78.1ปี และรสเซียที่66.1ปี ในไทยมีผู้ติดเชื้อเอชไอวี1.4%เทียบกับสหรัฐอเมริกาอยู่ที่0.6%ของประชากร

ในประชากรทั้งหมด66ล้านคนในไทย มีโทรศัพท์มือถือลงทะเบียนถึง62ล้านเลขหมายและอีก7ล้านเลขหมายเป็นโทรศัพท์มีสาย เครือข่ายการบริการเชื่อถือได้เทียบเท่าในยุโรป คนไทยหนึ่งในสี่มีอินเตอร์เนตใช้ บริษัทโทรศัพท์ของทักษิณซึ่งรุ่งเรืองเป็นอย่างมากในสมัยที่เขาเป็นนายก มีส่วนแบ่งการตลาดถึงหนึ่งในสามของผู้ใช้มือถือในไทย ต่อมาเขาได้ขายให้กองทุนรัฐบาลสิงคโปร์โดยหลบเลี่ยงภาษีรายได้

ไทยมีการส่งออกมากกว่านำเข้าอยู่เป็นประจำและมีเสน่ห์ในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ ดังนั้นจึงมีเงินทุนสำรองมหาศาล ถึงแม้จะไม่มีทรัพยากรธรรมชาติไว้ส่งออกมากนัก แต่ไทยก็ยังมีทุนสำรองอยู่ที่ 138,000ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐซึ่งมีมากเป็นอันดับสิบของโลก เทียบกับอังกฤษมี $56,000ล้าน ขณะที่ออสเตรเลียมี $45,000ล้าน

มีความเชื่อที่ผิดๆว่าไทยมีสินค้าการเกษตรเป็นสินค้าหลัก แต่ความจริงแล้วคือเป็นรถปิคอัพ มอเตอร์ไซค์และชิ้นส่วนอาหลั่ยยานยนต์เป็นหลักซึ่งเป็นสาขาของบริษัทจากต่างชาติ รถปิคอัพซึ่งส่งออกได้มากที่สุดถ้านับแบบประเภทเดี่ยวของสินค้าส่งออกนั้นแทบไม่มีส่วนประกอบที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศเลย บริษัทผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นรายหนึ่งส่งรถปิคอัพหนึ่งตันจากเมืองไทยแหล่งเดียวเท่านั้นไปขายทั่วโลกรวมทั้งในญี่ปุ่นเอง เครื่องจักรกลก็เป็นสินค้าส่งออกหลักอีกประเภทหนึ่ง นอกนั้นยังมีชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ อิเลคโทรนิค สิ่งทอ เสื้อผ้า รองเท้า อาหารสำเร็จรูป อาหารสัตว์ สิ่งที่ทำเงินตราต่างประเทศในระดับต่ำกว่านั้นก็จะเป็นข้าว น้ำตาลและตามด้วยการท่องเที่ยว

ในหลายปีที่ผ่านมารัฐบาลสามารถทำการค้าได้เกินดุลย์ ทำบัญชีเดินสะพัดได้เกินดุลย์และทำงบประมาณได้เกินดุลย์เช่นกัน (แต่ปีนี้งบประมาณขาดดุลย์)

นับตั้งแต่ปีพ.ศ.2503 ปีที่ทักษิณมีอายุได้เพียง11ขวบ เป็นต้นมา ไม่มีชาติที่กำลังพัฒนาชาติใดในโลกที่จะมีการเติบโตของค่าGDPเฉลี่ยต่อจำนวนประชากรได้เกินกว่าของประเทศไทย ถึงแม้ชาวนาไทยยังยากจนในสายตาตะวันตก แต่พวกเขาก็ได้รับส่วนแบ่งจากความมั่งคั่งเหล่านั้น และพวกเขาก็มีความกินดีอยู่ดีมากกว่าคนในชนบทในประเทศใดๆในประเทศแห่งโลกที่สาม

* ตัวเลขสถิติทั้งหลายในบทความนี้แต่ละตัวได้ถูกตรวจสอบโดยการเปรียบเทียบกับอย่างน้อยสามแหล่งจากหน่วยงานต่างๆดังนี้ UNICEF, UNDP,ธนาคารโลก, ADB, IMF, CIA, WHO, ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานสถิติแห่งชาติ
ไม่มีตัวเลขใดๆในบทความนี้ที่ยกเอามาจากหน่วยงานของไทยล้วนโดยไม่ปรียบเทียบกับตัวเลขของหน่วยงานนอกประเทศไทย


เช็ค Adsense เดือน มิถุนายน 2553

ได้รับเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2553

นี่เป็นแค่การเริ่มต้นของโปรเจค ATT(SENSE) เท่านั้น และแสดงแค่เช็คใบเดียว  คอยพบกับเดือนกรกฎาคม 2553 ที่จะมา 4 ใบ และ 8 ใบในเดือนสิงหาคม 2553


  • เรื่องล่าสุด

  • ขายสินค้านิดหน่อย

  • เมนูการใช้งาน

  • Copyright © 1996-2010 ไอ แอม แอ๊ต. All rights reserved.
    Jarrah theme by Templates Next | Powered by WordPress