ที่จริงอยากจะตั้งหัวข้อว่า ” กรูขอรวยจากความทุกข์ของประชาชน” แต่เกรงว่าจะแรงเกินไป ขอแบบเรียบ ๆ แล้วกัน อารมณ์จะได้ไม่พุ่งปรี้ด

วิกฤตการเงินในปี 2540 สถาบันการเงิน ไม่ว่าจะเป็น บรรษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ธนาคาร ต่างปิดกิจการเป็นว่าเล่น ตลาดหุ้นดิ่งลงชนิดที่นักเล่นหุ้นขาดทุน เจ๋งระเนระนาด หมดตัว นักธุรกิจบางท่านที่ฉลาด อาศัยจังหวะนี้ล้มบนฟูกกันเป็นแถว.. (คุณพ่อยังสูญเงินไปกับหุ้นเป็นจำนวนเงิน 7 หลักเหมือนกัน)

นายกรัฐมนตรี (คงไม่ต้องบอกนะว่าใคร) รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง และที่จำไม่ผิดอีกท่านเป็นผู้ว่าธนาคารชาติ ปิดห้องประชุมลับ เพื่อตัดสินเกียวกับค่าเงินบาท ผลการประชุมเป็นอย่างไร นอกจาก 3 ท่านดังกล่าว ยังมีแม้วอีกคนหนึ่งที่บังอาจล่วงรู้ จะด้วยวิธีก็แล้วแต่ระยะเวลา 15 วันก่อนประกาศลดค่าเงิน แม้วสั่งถอนเงินทั้งในประเทศและต่างประเทศ สั่งซื้อเงินดอลล่าห์มากักตุนไว้ ในขณะเดียวกันสั่งซื้อโทรศัพท์มือถือมาเก็บเอาไว้….

การประกาศลดค่าเงินบาท ทำให้บริษัทนำเข้าสินค้าต่างประเทศและบริษัทที่มีสัญญากู้ยืมเงินจากสถาบันต่างประเทศขาดทุนทันทีเกือบเท่าตัว บางบริษัทถึงกับล้มละลายเพียงชั่วข้ามคืนในยามวิกฤตค่าเงินบาท ทุกบริษัทประสบภาวะขาดทุนเหมือนกันยกเว้น…กลุ่มบริษัทของแม้ว กำไรจากค่าเงินจำนวนมหาศาล(หากใครอยากเห็นข้อมูล ค้นงบการเงินได้จากกรมพัฒน์ฯ)

บริษัททั่วไปขาดทุน ล้มละลายชั่วข้ามคืน ตรงข้ามกับกลุ่มบริษัทของแม้ว และ 2 ตระกูลดังของประเทศ ร่ำรวยมหาศาลจากเดิมเกือบเท่าตัวเพียงชั่วข้ามคืนเช่นกัน เพราะ แม้วเก่ง หรือเป็นนักวิเคราะห์การเงิน เก่งใช่หรือไม่

คำตอบคือ ป่าวอีกเช่นกัน.. แต่เพราะแม้วเป็นนักฉวยโอกาสที่ขาดจริยธรรมเช่นเดิม นำความลับของทางราชการวางแผนการเงินของตัวเองได้อย่างน่าทุเรศที่สุด แต่จะว่าไปคนที่ควรถูกประนามอีกท่าน คงจะเป็นผู้ที่นำความลับเรื่องค่าเงินไปคุยให้แม๊วฟัง…อยากถามว่า ณ เวลานั้นท่านคิดอะไรอยู่ ถึงนำความลับราชการไปแพร่งพรายกับบุคคลภายนอก หรือว่า.. ท่านได้ผลประโยชน์จากเงินก้อนนี้ด้วย

เครดิตคุณ Birdy เสรีไทย